Archive for June, 2019

บ้านมือสอง คือสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันว่าอยากจะมี เพราะบางคนมีโอกาสซื้อบ้านได้แค่หลังเดียวและครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้นการซื้อบ้านควรเลือกทำเลที่เหมาะสมกับชีวิตเรา เพราะหลังจากนี้ไปเราจะต้องอยู่บ้านหลังนี้ไปตลอดชีวิต ทำเลของบ้านจะเป็นการกำหนดชีวิตเราไปในตัว

การหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อบ้านมือสอง

การหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการซื้อบ้านมือสองคือสิ่งแรกที่คนอยากมีบ้านควรเริ่มต้นทำได้แล้ว เพราะความรู้ที่เราได้รับในวันนี้จะเป็นพื้นฐานให้เราสามารถเลือกบ้านได้อย่างดีที่สุดในวันหน้า จำเป็นจะต้องรู้จักข้อดีข้อเสียของที่อยู่อาศัยประเภทต่างๆ รวมไปถึงเรื่องของเอกสารแสดงสิทธิ์และความพร้อมก่อนจะซื้อบ้าน

สิ่งสำคัญของการซื้อบ้านมือสองคือราคา เนื่องจากอัตราผ่อนต่อเดือนนั้นค่อนข้างที่จะสูง และต้องผ่อนบ้านหลังนั้นไปอย่างต่ำก็ 25 ปี เพราะการตัดสินใจซื้อบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องง่าย สิ่งที่ต้องนึกถึงคือ เงินดาวน์ที่ควรมีอย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ดังนั้นลองดูว่าบ้านที่ต้องการราคาเท่าไร มีเงินดาวน์บ้านเพียงพอหรือยัง

การซื้อขายบ้านมือสองต้องมีสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ คุณจำเป็นจะต้องอ่านสัญญาต่างๆ ที่ทางธนาคารและโครงการที่เข้าไปซื้อบ้านอ่านให้ชัดเจนและเข้าใจ รวมถึงความถูกต้องในการสะกดตัวหนังสือหรือตัวเลข เพื่อป้องกันผลประโยชน์ต่างๆ โดยทั้งในสัญญากู้ซื้อบ้าน และสัญญาจะซื้อจะขาย ต้องดูรายละเอียด

ขั้นตอนของการซื้อบ้านมือสอง

1. เลือกโครงการบ้านมือสอง เช่น คอนโด, ทาวน์เฮ้าส์, บ้านแฝด หรือบ้านเดี่ยว ที่ถูกใจที่สุดและเหมาะสมที่สุด
2. จอง-ทำสัญญา-ผ่อนดาวน์ หลังจากเลือกบ้านมือสองได้แล้ว ก็เป็นขั้นตอนของการซื้อ วางเงินจองหรือมัดจำ หลังจากนั้นก็ทำสัญญาจะซื้อจะขายและทยอยผ่อนเงินดาวน์
3. ยื่นกู้ซื้อบ้านมือสอง โดยโครงการจะแจ้งให้ผู้ซื้อทำเรื่องขอสินเชื่อ
4. ตรวจรับบ้านมือสอง อาจจะเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการทำเรื่องขอสินเชื่อ
5. โอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสอง ถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการซื้อบ้าน โดยผู้ซื้อ ผู้ขายและผู้ให้กู้จะไปเจอกันที่สำนักงานที่ดิน เพื่อโอนกรรมสิทธิ์

การทำธุรกิจในยุคสมัยที่ได้มีการนำเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีส่วนช่วยในการทำธุรกิจเป็นซะส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ ก็เพื่อเสริมสร้างให้การดำเนินการทำธุรกิจนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม และยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากรูปแบบการทำธุรกิจที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากการมีเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น การทำธุรกิจในสมัยที่ยังไม่ได้มีเรื่องของเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยนั้นส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการทำธุรกิจที่เปิดเป็นร้านค้าทั่วไปที่จำเป็นจะต้องมีทำเลที่ตั้งเอาไว้สำหรับการทำร้านค้าของตัวเองเพื่อขายสินค้าให้กับลูกค้าที่ผ่านมาพบเห็น และเกิดความสนใจที่จะเข้ามาใช้บริการกับธุรกิจที่ได้เปิดให้บริการ หรือจะเป็นการทำธุรกิจในรูปแบบการกระจายสินค้าและบริการในรูปแบบบอกต่อ ๆ กันไปถึงคุณภาพของสินค้าและการบริการที่มีประสิทธิภาพที่แตกต่างจากการทำธุรกิจของคู่แข่ง

แต่เมื่อได้มีเรื่องของการนำเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยในเรื่องของการทำธุรกิจมากขึ้น ทำให้เรื่องของการทำธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามเช่นกัน เนื่องจากผลกระทบจากการที่ได้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามานั้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่การทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งผลกระทบนั้นยังส่งผลไปถึงประชากรทั่วไปหรือคนทั่วทั้งโลกที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น ทำให้เรื่องของการทำธุรกิจเองก็จากรูปแบบเดิมได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจให้เป็นธุรกิจออนไลน์ ที่ได้มีการใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจให้มีการติดต่อสื่อสารที่ง่ายมากยิ่งขึ้น

การทำธุรกิจออนไลน์เองก็จำเป็นที่จะต้องมีเรื่องของการสร้างเว็บไซต์ร้านค้าของตัวเองขึ้นมาเช่นกันโดยจะสร้างเป็นเว็บไซต์ ซึ่งเปรียบเสมือนร้านค้าบนโลกอินเทอร์เน็ตของเราที่ต้องการให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ผ่านมาพบเห็นและเกิดความสนใจที่จะใช้บริการกับธุรกิจออนไลน์ ที่ได้เปิดให้บริการและเกิดการมีรายได้ขึ้นมา

การทำธุรกิจออนไลน์เองก็มีข้อแตกต่างที่เห็นได้ว่าจะได้เปรียบในเรื่องของการกระจายโอกาสที่จะได้รับรายได้เข้ามาแก่ธุรกิจ แต่ก็อาจจะมีเรื่องที่เป็นปัญหาจากการที่ได้มีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยการทำธุรกิจนี้เอง ทำให้มีผู้ที่สนใจและมีความต้องการที่จะสร้างธุรกิจของตัวเองกันมากขึ้น ทำให้เกิดสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน